รูปภาพปัจจุบัน (คลิกเพื่อขยาย)
0000/0299.webpออบซิเดียนสีรุ้ง, แก้วภูเขาไฟตาแมว, "The Stone of Hope" (หินแห่งความหวัง), "The Heart’s Shield" (โล่ป้องกันดวงใจ), "The Bridge Between Light and Dark" (สะพานเชื่อมระหว่างความมืดและแสงสว่าง)
เกิดจากลาวาภูเขาไฟที่เย็นตัวอย่างรวดเร็ว แต่มีความพิเศษตรงที่ขณะแข็งตัวได้มีการกักเก็บ ผลึกแร่แมกนีไทต์ (Magnetite) ขนาดจิ๋วหรือก๊าซในปริมาณที่ต่างกันเป็นชั้นๆ เมื่อแสงตกกระทบจึงเกิดการหักเหเป็นสีรุ้ง ในอดีตชาวพื้นเมืองอเมริกันนำมาใช้เป็นเครื่องรางเพื่อเยียวยาความโศกเศร้าจากการสูญเสีย
**แหล่งค้นพบหลัก: เม็กซิโก (Mexico) คือศูนย์กลางที่ขุดพบออบซิเดียนรุ้งคุณภาพดีที่สุดในโลก (โดยเฉพาะแถบ Jalisco) **แหล่งอื่นๆ: สหรัฐอเมริกา และไอซ์แลนด์
**เยียวยาบาดแผลทางใจ: ขึ้นชื่อมากในการบำบัดอาการ "อกหัก" หรือความเศร้าโศกจากการสูญเสีย ช่วยให้ยอมรับความจริงและก้าวต่อไปได้ **การปกป้องที่นุ่มนวล: ต่างจากออบซิเดียนดำที่ดูดซับแรงๆ แต่ออบซิเดียนรุ้งจะช่วยสร้าง "เกราะแห่งความสุข" เพื่อปัดเป่าความซึมเศร้า **ดึงดูดความรักและความเมตตา: ช่วยขจัดความรู้สึกขมขื่นในใจ ทำให้ผู้สวมใส่ดูมีเสน่ห์และนุ่มนวลขึ้น **กระตุ้นความหวัง: ช่วยให้มองเห็นทางออกในปัญหาที่ดูมืดมน (เหมือนสีรุ้งที่ปรากฏในหินสีดำ)
**Root Chakra (จักระที่ 1): ช่วยในการกราวดิ้ง ให้ความมั่นคงและปลอดภัย **Heart Chakra (จักระที่ 4): นี่คือจุดเด่นของสีรุ้ง ซึ่งช่วยชำระล้างความเจ็บปวดในใจและเปิดรับความรักครั้งใหม่
**คนที่เพิ่งอกหักหรือสูญเสียของรัก: เพื่อช่วยบำบัดใจให้กลับมาเข้มแข็ง **ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรือคิดบวกยาก: พลังสีรุ้งจะช่วยกระตุ้นความสดใสภายใน **ศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์: ลายรุ้งช่วยเปิดจินตนาการที่ซ่อนอยู่ **คนเกิดวันเสาร์หรือวันอังคาร: เสริมเรื่องความใจเย็นและการปกป้อง
**สวมใส่: นิยมใส่เป็นจี้ห้อยคอให้ตกลงมาตรงกลางหน้าอก (ตำแหน่งหัวใจ) เพื่อการบำบัดอารมณ์โดยตรง **การทำสมาธิ: เมื่อรู้สึกเศร้า ให้ถือหินไว้ในมือแล้วหมุนหา "วงรุ้ง" ภายในหิน การจ้องมองสีรุ้งที่ซ่อนอยู่จะช่วยให้จิตใจสงบและมีความหวังขึ้น **วางใต้หมอน: ช่วยลดอาการฝันร้ายที่เกิดจากความวิตกกังวล
**ความแข็ง: 5 - 5.5 (Mohs scale) เป็นเนื้อแก้ว แตกง่าย ห้ามตกกระแทกเด็ดขาด **การทำความสะอาด: ล้างด้วยน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็นจัดทันทีเพราะหินอาจร้าว **การชาร์จพลัง: ชอบแสงจันทร์เป็นพิเศษ หรือการวางไว้บนกลุ่มควอตซ์ใสเพื่อล้างพลังงานเศร้าที่หินดูดซับไว้
**"ความสวยที่ต้องมองให้ถูกมุม" เสน่ห์ของออบซิเดียนรุ้งคือ "ความลึกลับ" หากคุณอยู่ในที่มืดมันจะเป็นแค่หินสีดำ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่แสงแดด วงรุ้งจะปรากฏขึ้น เปรียบได้กับคำสอนที่ว่า "ชีวิตคนเราต่อให้เจอช่วงที่มืดแปดด้านแค่ไหน หากเราหันเข้าหาแสงสว่าง เราจะพบความสวยงามที่รออยู่เสมอ" **"ตำนานหยดน้ำตาแห่งสวรรค์" บางตำนานกล่าวว่าออบซิเดียนรุ้งคือหยดน้ำตาของพระแม่ธรณีที่กลั่นออกมาเพื่อปลอบโยนมนุษย์ให้พ้นจากความทุกข์ ใครที่ได้ครอบครองจึงเปรียบเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นคอยโอบกอดใจไว้นั่นเอง