รูปภาพปัจจุบัน (คลิกเพื่อขยาย)
1000/1061.webpทรายเงิน, หินทรายเงิน, โกลด์สโตนสีเงิน (Silver Goldstone), : "ศิลาแห่งดวงดาว" (The Starry Stone)
หินชนิดนี้เป็น อัญมณีที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Stone) โดยมีต้นกำเนิดย้อนไปถึงศตวรรษที่ 17 ในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ตระกูลช่างทำแก้วชื่อ Miotti เป็นผู้คิดค้นเทคนิคการผสมเกล็ดโลหะลงในแก้วหลอมเหลว ต่อมามีตำนานเล่าขานว่าเหล่านักพรต (Monks) เป็นผู้ทำแก้วชนิดนี้ขึ้นมาโดยบังเอิญจากการทำผงทองแดงหกใส่แก้วที่กำลังหลอม จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "Monk’s Stone"
**ประเทศต้นกำเนิด: อิตาลี (เวนิส) **ศูนย์กลางปัจจุบัน: ประเทศจีน เป็นแหล่งผลิตหลักที่ส่งออกหินทรายเงินคุณภาพดีและลวดลายสวยงามไปทั่วโลก
**แม้จะเป็นหินที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ด้วยส่วนประกอบจาก ควอตซ์ (ทรายแก้ว) และ เกล็ดโลหะ ทำให้มันมีพลังงานธาตุที่น่าสนใจ: **ความมั่งคั่งและโอกาส: เกล็ดเงินที่ระยิบระยับสื่อถึงเงินทองและโชคลาภที่ไหลมาเทมาเหมือนเม็ดทราย **การดึงดูดความสำเร็จ: เป็นหินแห่งความทะเยอทะยาน ช่วยให้มองเห็นช่องทางใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ **การปกป้อง: ประกายระยิบระยับเชื่อว่าช่วยสะท้อนพลังงานลบและคำนินทาออกจากตัวผู้สวมใส่ **ความหวังและกำลังใจ: เปรียบเสมือนแสงดาวในยามค่ำคืน ช่วยปลอบประโลมจิตใจในยามท้อแท้
**จักระที่ 5 (Throat Chakra): ช่วยเรื่องการสื่อสาร การเจรจาต่อรองให้สัมฤทธิ์ผล **จักระที่ 6 (Third Eye Chakra): ประกายระยิบระยับช่วยกระตุ้นจินตนาการและการมองการณ์ไกล
**นักธุรกิจและนักขาย: ที่ต้องการพลังแห่งความมั่นใจและการดึงดูดทรัพย์ **ศิลปินและนักคิด: ประกายของหินช่วยปลุกไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์ **คนที่มีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น: ช่วยให้รู้สึกว่าตนเองมีค่าและโดดเด่นเหมือนดวงดาว **คนเกิดวันศุกร์และวันเสาร์: สีเงินและประกายขาวจะช่วยเสริมสง่าราศีเป็นพิเศษ
**สวมใส่ตอนเจรจาธุรกิจ: เพื่อเพิ่มความมั่นใจและดึงดูดความสนใจจากคู่ค้า **พกติดตัวเป็น "หินขอพร": เชื่อว่าประกายของหินช่วยส่งต่อแรงอธิษฐานสู่จักรวาล
**ความแข็ง: 5.5 - 6 Mohs (ปานกลาง) **ข้อควรระวัง: เนื่องจากเป็นแก้วผสมโลหะ ระวังการตกกระแทกพื้นแข็ง เพราะอาจแตกละเอียดหรือบิ่นได้ง่าย และควรหลีกเลี่ยงความร้อนจัด **การทำความสะอาด: ล้างด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ และเช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่ม **การชาร์จพลัง: ชอบพลังจาก "แสงจันทร์" และ "กลุ่มคริสตัลใส" เพื่อล้างพลังงานตกค้าง
**หินพยากรณ์อากาศ?: ในสมัยโบราณมีความเชื่อ (ที่อาจเป็นกุศโลบาย) ว่าหากหินทรายเงินดูหม่นหมองลง อาจหมายถึงฝนจะตกหรือสภาพอากาศกำลังจะเปลี่ยนไป **ความต่างของสี: "ทรายทอง" (สีส้ม) ใช้เกล็ดทองแดง, "ทรายเงิน" ใช้เกล็ดโลหะสีเงิน, และ "ทรายบลู" (สีน้ำเงิน) ใช้เกล็ดโคบอลต์ ซึ่งแต่ละสีให้พลังงานที่ต่างกันไป