รูปภาพปัจจุบัน (คลิกเพื่อขยาย)
1000/1756.webpแก้วเหลือบมุก, หินแห่งเหล่านางฟ้า (The Stone of Angels), โอปอลเทียม, Sea Opal, Tiffany Stone (ชื่อเลียนแบบ), หินแห่งความหวัง
**ที่มา: โอปอลไลต์ส่วนใหญ่ในท้องตลาดคือ แก้วสังเคราะห์ (Synthetic Glass) ที่มีการผสมแร่ธาตุเพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์การหักเหของแสง (Opalescence) โดยจะเห็นเป็นสีฟ้าใสเมื่ออยู่บนพื้นหลังมืด และเป็นสีส้มทองเมื่อแสงส่องผ่าน **ตำนานและการยอมรับ: แม้จะไม่ได้เกิดจากธรรมชาติในถ้ำหรือใต้ดิน แต่นักบำบัดคริสตัลเชื่อว่า "เจตนา" ในการสร้างสรรค์อัญมณีที่มีสีสันเลียนแบบปรากฏการณ์ท้องฟ้า ทำให้มันมีคลื่นความถี่ที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจได้ดีเยี่ยม เปรียบเสมือนเครื่องรางที่เป็นตัวแทนของความสดใสและการเริ่มต้นใหม่
**แหล่งผลิตสำคัญ: ผลิตในโรงงานอัญมณีชั้นนำทั่วโลก โดยเฉพาะใน จีน และบราซิล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและเจียระไนโอปอลไลต์คุณภาพสูง
**การปรับสมดุลอารมณ์: ช่วยลดความแปรปรวนของอารมณ์ (Mood Swings) ทำให้จิตใจนิ่งและสงบขึ้น **ความยืดหยุ่นและการเปลี่ยนแปลง: ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้อย่างราบรื่น **ความเชื่อมั่นในตัวเอง: ช่วยดึงเอาพลังงานบวกที่ซ่อนอยู่ภายในออกมา ทำให้รู้สึกร่าเริงและมีความหวัง
**Third Eye Chakra (อาชญะจักระ): ช่วยเรื่องสมาธิ การมองโลกในแง่ดี และการจินตนาการถึงอนาคตที่สดใส **Crown Chakra (สหัสรารจักระ): สีที่ขาวนวลช่วยชำระล้างพลังงานที่อุดตันในจิตวิญญาณ
**ผู้ที่กำลังย้ายงานหรือย้ายที่อยู่: ช่วยให้ปรับตัวได้เร็วและพบเจอมิตรภาพที่ดี **วัยรุ่นหรือผู้ที่สับสนในตัวเอง: ช่วยให้จิตใจนิ่งและมองเห็นแนวทางของตัวเองชัดเจนขึ้น **นักธุรกิจ: ช่วยให้การเจรจาเป็นไปอย่างนุ่มนวลและประสบความสำเร็จ **ผู้ที่เกิดราศีกรกฎ และราศีตุลย์: เสริมความโดดเด่นทางอารมณ์และความมีเสน่ห์
**การทำสมาธิ: ถือโอปอลไลต์ไว้ในมือขณะนั่งสมาธิ เพื่อช่วยให้เข้าถึงสภาวะที่จิตใจเบาสบายเหมือนลอยอยู่ในอากาศ **วางไว้ในห้องนอน: เพื่อช่วยให้หลับฝันดีและตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกสดชื่น **สวมใส่เป็นเครื่องประดับ: เพื่อเสริมบุคลิกให้ดูเป็นคนใจเย็น อ่อนโยน และเข้าถึงง่าย (เสริมเมตตามหานิยม)
**ความแข็ง (Hardness): อยู่ที่ประมาณ 5 - 6.5 Mohs (ขึ้นอยู่กับวัสดุฐาน) **การระวัง: เนื่องจากมีพื้นฐานเป็นแก้ว จึง แตกหักและบิ่นได้ง่าย หากตกกระแทกพื้นแข็ง และอาจเป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายหากเก็บไว้รวมกับหินที่แข็งกว่าอย่างควอตซ์ **การชำระล้าง: ล้างด้วย น้ำสะอาด และเช็ดด้วยผ้านุ่ม **การชาร์จพลังงาน: รับ แสงจันทร์ จะดีที่สุด เพราะพลังงานของโอปอลไลต์สอดคล้องกับความนุ่มนวลของดวงจันทร์
**หิน "ฟ้าหลังฝน": โอปอลไลต์มีคุณสมบัติในการหักเหแสงที่ดูเหมือนรุ้งจางๆ ในเนื้อหิน ในทางมงคลเชื่อว่าเป็นหินที่จะนำข่าวดีมาให้หลังจากที่คุณผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างหนัก หากใครรู้สึกว่าชีวิตมืดแปดด้าน การพกโอปอลไลต์เปรียบเสมือนการพก "แสงสว่างเล็กๆ" ไว้เตือนใจว่าความหวังยังมีเสมอ **อัญมณีแห่งการ "สื่อสารกับนางฟ้า": ด้วยสีที่ดูเหมือนไม่มีอยู่จริงบนโลกมนุษย์ (Ethereal) นักพลังงานหลายท่านใช้โอปอลไลต์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับพลังงานระดับสูง หรือใช้ในการขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเชื่อว่าคลื่นพลังงานที่ละเมียดละไมของมันจะช่วยส่งผ่านความปรารถนาไปได้ไกลกว่าหินที่มีเนื้อทึบ