กฤษณาไม่ใช่สายพันธุ์ไม้โดยตรง แต่เป็นกลไกการป้องกันตัวของไม้ตระกูล Aquilaria เมื่อต้นไม้เกิดบาดแผลหรือติดเชื้อรา มันจะสร้าง "เรซิน" (Resin) ที่มีกลิ่นหอมและสีเข้มออกมาปกป้องเนื้อไม้ ยิ่งสะสมนานปี เนื้อไม้จะยิ่งแน่นจนมีความแข็งคล้ายหินและมีน้ำหนักมากจนจมน้ำได้ (จึงเรียกว่า Jinko ในญี่ปุ่นที่แปลว่าไม้จมน้ำ)
**มหาเศรษฐีและโชคลาภ: เชื่อว่ากลิ่นและพลังของกฤษณาช่วยดึงดูดความมั่งคั่งและพลังงานด้านบวก **การปกป้องและขับไล่สิ่งชั่วร้าย: ในทางไสยศาสตร์และจิตวิญญาณ กลิ่นกฤษณาถือเป็นกลิ่นศักดิ์สิทธิ์ที่ภูตผีปีศาจเกรงกลัว **สมาธิและความสงบ: ช่วยปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่สมาธิได้ลึกซึ้ง ลดความเครียดและอาการทางประสาท **สุขภาพและการไหลเวียน: พลังธาตุไม้ช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย และกลิ่นหอมยังช่วยบำรุงหัวใจ
**จักระที่ 4 (Heart Chakra): กลิ่นหอมช่วยเปิดใจ สร้างความเมตตา และผ่อนคลายอารมณ์ **จักระที่ 7 (Crown Chakra): เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณเบื้องสูงและการตื่นรู้
**สวมใส่เป็นสร้อยข้อมือ: ความร้อนจากร่างกายจะกระตุ้นให้น้ำมันในไม้ส่งกลิ่นหอมออกมาบำบัดผู้สวมใส่ **ใช้สวดมนต์หรือทำสมาธิ: นิยมใช้ประคำกฤษณาในการนับจบรอบสมาธิเพื่อรับพลังงานศักดิ์สิทธิ์
**ความแข็ง: ค่อนข้างต่ำ (เนื่องจากเป็นเนื้อไม้) **ข้อควรระวัง: ห้ามโดนน้ำหอมหรือสารเคมีรุนแรง เพราะจะไปทำลายกลิ่นหอมธรรมชาติของไม้ และควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำโดยตรงบ่อยๆ **การทำความสะอาด: ใช้ผ้านุ่มแห้งเช็ดเบาๆ หากกลิ่นจางลง ให้ลูบสัมผัสบ่อยๆ หรือใส่ในถุงซิปล็อกทิ้งไว้เพื่อให้ไม้สะสมกลิ่นใหม่
**นักธุรกิจและผู้บริหาร: ที่ต้องใช้บารมีและความสงบในการตัดสินใจ **ผู้ฝึกโยคะและสมาธิ: เพื่อช่วยให้เข้าถึงสภาวะสงบได้รวดเร็วขึ้น **คนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหรือความเครียด: กลิ่นกฤษณาช่วยให้หลับลึกและใจนิ่ง **กลุ่มนักสะสมของหายาก: เนื่องจากกฤษณาแท้เกรดสูงมีราคาสูงกว่าทองคำในน้ำหนักที่เท่ากัน
**ยิ่งป่วยยิ่งหอม: ไม้กฤษณาที่หอมที่สุดคือไม้ที่ผ่านการต่อสู้กับเชื้อรามาอย่างยาวนาน เปรียบเสมือนชีวิตมนุษย์ที่ยิ่งผ่านอุปสรรคยิ่งทรงคุณค่า **ราคาที่แรงกว่าทอง: ไม้กฤษณาเกรด "Super King" หรือ "Kyara" มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละหลายล้านบาท และเป็นอัญมณีชนิดเดียวที่คุณสามารถ "ได้กลิ่น" ความร่ำรวยออกมาจากเนื้อวัสดุได้เลย