หินชนิดนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2017 โดย Erik Rintamaki ขณะที่เขาเดินอยู่ริมชายหาดของทะเลสาบซูพีเรีย (Lake Superior) ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เขาใช้ไฟฉาย UV ส่องไปที่พื้นและพบหินที่ส่องแสงสีส้มสว่างจ้า ชื่อ "Yooperlite" ตั้งตามชื่อเรียกชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบ Upper Peninsula ของมิชิแกนที่เรียกว่า "Yoopers"
**การเปิดเผยความจริง: ช่วยดึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในจิตใจออกมาให้เห็นชัดเจน ช่วยให้เราซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง **ความเชื่อมั่นในตัวเอง: พลังของมันช่วยขจัดความกลัวและความประหม่า เปลี่ยนความมืดมนให้กลายเป็นแสงสว่าง **การปลดปล่อยอารมณ์: ช่วยชำระล้างความโกรธหรือความกังวลที่สะสมอยู่ลึกๆ **ความคิดสร้างสรรค์: กระตุ้นไอเดียใหม่ๆ ที่อยู่นอกกรอบ (เหมือนแสงที่พุ่งออกมาจากหินธรรมดา)
**จักระที่ 5 (Throat Chakra): (จากแร่โซดาไลต์) ช่วยในเรื่องการสื่อสาร ความจริง และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ **จักระที่ 6 (Third Eye Chakra): ช่วยในเรื่องการหยั่งรู้และการมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
**การทำสมาธิ: ใช้ร่วมกับไฟฉาย UV ในห้องมืดเพื่อเพ่งสมาธิไปที่แสงเรืองรอง ช่วยให้เข้าสู่ภวังค์ได้ลึกขึ้น **พกติดตัว: เพื่อเสริมความมั่นใจในการพูดหรือการนำเสนอผลงาน
**ความแข็ง: 5.5 - 6 Mohs (ปานกลาง) **ข้อควรระวัง: ระวังการขูดขีดจากหินที่แข็งกว่า เช่น ควอตซ์ และห้ามโดนสารเคมีกัดกร่อน **การทำความสะอาด: ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ เท่านั้น **การชาร์จพลัง: ชอบพลังจาก "แสงอาทิตย์" และ "แสง UV" เพื่อกระตุ้นแร่ธาตุภายในให้คงความสดใส
**นักพูด นักเขียน และศิลปิน: ผู้ที่ต้องการพลังในการสื่อสารและความคิดสร้างสรรค์ **ผู้ที่ชอบความแปลกใหม่: นักสะสมหินหายากที่ต้องการหินที่มีปรากฏการณ์พิเศษ **ผู้ที่ต้องการความมั่นใจ: คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีจุดเด่น หินนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า "ภายในตัวคุณมีแสงสว่างซ่อนอยู่" **คนเกิดวันพุธและวันศุกร์: จะช่วยส่งเสริมด้านการเจรจาและเสน่ห์ได้ดี
**หินพรางตัว: ในแสงแดดปกติ ยูเพอร์ไลต์จะดูเหมือนหินแกรนิตสีเทาธรรมดาที่ไม่มีราคา แต่เมื่อส่องด้วย แสง UV 365nm มันจะกลายเป็น "ลาวาที่กำลังลุกโชน" ทันที **ของขวัญจากยุคน้ำแข็ง: เชื่อกันว่าหินเหล่านี้ถูกธารน้ำแข็งเคลื่อนย้ายมาจากแคนาดาเมื่อหลายพันปีก่อน มาทิ้งไว้ตามชายหาดในมิชิแกนรอให้คนไปค้นพบ