หยกผูกพันกับชาวจีนมานานกว่า 5,000 ปี ในสมัยโบราณหยกมีค่ามากกว่าทองคำ และถูกสงวนไว้สำหรับจักรพรรดิหรือชนชั้นสูงเท่านั้น ชาวจีนเชื่อว่าหยกคือร่างจำแลงของพระเจ้าที่ประทานลงมาเพื่อคุ้มครองมนุษย์ และเป็นสัญลักษณ์ของความดีงาม 5 ประการ คือ ใจบุญ สมถะ กล้าหาญ ยุติธรรม และมีสติปัญญา
**ดึงดูดความมั่งคั่ง: ช่วยให้เงินทองไหลมาเทมาและรักษาทรัพย์สินให้มั่นคง **คุ้มครองป้องกัน: เชื่อว่าหยกจะรับเคราะห์แทนเจ้าของ หากหยกแตกหรือบิ่นโดยไม่มีสาเหตุ หมายความว่ามันได้ป้องกันอันตรายให้คุณแล้ว **สุขภาพและอายุยืน: พลังงานเย็นของหยกช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกาย บำรุงไต และช่วยให้อายุยืนยาว **ความสงบสุข: ช่วยลดความกระวนกระวายใจ ทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีสติ
**จักระที่ 4 (Heart Chakra): หยกสีเขียวส่งพลังโดยตรงไปที่จักระหัวใจ ช่วยในเรื่องความรัก ความเมตตา และความสมดุลทางอารมณ์
**วมใส่เป็นกำไล (ข้อมือซ้าย): ชาวจีนเชื่อว่าข้อมือซ้ายเชื่อมต่อกับหัวใจ การใส่กำไลหยกจะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีและรับโชค **สัมผัสบ่อย ๆ: หยกเป็นหินที่ "กินเหงื่อ" ยิ่งสัมผัสกับไออุ่นและน้ำมันจากร่างกายมนุษย์ หยกจะยิ่งใสและสวยขึ้น
**ความแข็ง: 6.5 - 7 Mohs (มีความเหนียวสูงมาก ทนต่อการแตกหักได้ดีกว่าเพชรบางชนิด) **ข้อควรระวัง: หลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรงและน้ำหอม เพราะจะทำให้ความเงาของหยกลดลง **การทำความสะอาด: ใช้น้ำอุ่นผสมสบู่อ่อน ๆ ขัดด้วยแปรงนุ่ม ๆ แล้วเช็ดให้แห้ง **การชาร์จพลัง: ชอบพลังจาก "น้ำสะอาด" หรือ "วางไว้กลางสายฝน" เพื่อรับพลังธรรมชาติ
**นักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้า: เพื่อดึงดูดลูกค้าและกำไร **ผู้สูงอายุ: เพื่อเสริมสุขภาพและป้องกันอุบัติเหตุ **คนที่ต้องการความสำเร็จในชีวิต: ช่วยให้สมปรารถนาในสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ **คนเกิดทุกวัน: โดยเฉพาะ คนเกิดวันพุธและวันพฤหัสบดี หยกสีเขียวจะส่งเสริมกันอย่างมาก
**หยกเปลี่ยนสี: หลายคนพบว่าเมื่อใส่ไปนาน ๆ หยกจะมีสีเข้มขึ้นหรือใสขึ้น ซึ่งเชื่อว่าหยกกำลังปรับตัวตามสุขภาพและอารมณ์ของผู้สวมใส่ หากวันไหนคุณสุขภาพดี หยกจะดูเปล่งปลั่งเป็นพิเศษ **เย็นยะเยือก: วิธีทดสอบหยกแท้เบื้องต้นคือการสัมผัส หยกแท้จะมีความเย็นในตัวเสมอแม้จะอยู่ในสภาพอากาศร้อน