หินชนิดนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 26 - 29 ล้านปีก่อน จากเหตุการณ์อุกกาบาตพุ่งชนโลกหรือการระเบิดของดาวหางเหนือชั้นบรรยากาศ ความร้อนมหาศาลทำให้ทรายในทะเลทรายซาฮารากลายเป็นแก้วสีเหลืองใส อัญมณีชิ้นนี้ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ โดยหลักฐานที่โด่งดังที่สุดคือ "เครื่องประดับหน้าอกของฟาโรห์ตุตันคาเมน" ที่มีรูปแมลงสคารับ (Scarab) เจียระไนจากแก้วลิเบียชิ้นนี้
**การปกป้องขั้นสูง: ถือเป็นเครื่องรางป้องกันภัยที่ทรงพลัง เพราะมีพลังงานจากการปะทะของจักรวาล ช่วยปัดเป่าพลังงานลบและดวงตก **ความมั่งคั่งและอำนาจ: สีเหลืองทองเชื่อมโยงกับพระอาทิตย์ เสริมสร้างบารมี และดึงดูดความสำเร็จทางการเงิน **ความโชคดี: เชื่อว่านำพา "โอกาส" ที่ไม่คาดฝันมาให้ **การฟื้นฟูจิตใจ: ช่วยให้ผู้ที่ท้อแท้กลับมามีความมั่นใจและมีความหวังอีกครั้ง
**จักระที่ 3 (Solar Plexus Chakra): ศูนย์กลางของพลังงานอำนาจ การตัดสินใจ และความรุ่งโรจน์ **จักระที่ 2 (Sacral Chakra): เสริมความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจ
**การสวมใส่: นิยมทำเป็นจี้ห้อยคอให้ตรงกับตำแหน่งหัวใจหรือพกติดตัวเพื่อเป็นเกราะป้องกันพลังงาน **การทำสมาธิ: ถือไว้ในมือเพื่อเชื่อมต่อกับพลังงานจักรวาล ช่วยให้เข้าถึงสมาธิได้ลึกและเกิดปัญญาหยั่งรู้
**ความแข็ง: 5 - 6 Mohs (ค่อนข้างเปราะเหมือนแก้ว) **ข้อควรระวัง: ระวังการกระแทกและตกหล่น เพราะอาจแตกละเอียดได้ ไม่ควรแช่น้ำยาเคมีแรงๆ **การทำความสะอาด: ล้างด้วยน้ำเปล่าสะอาด และเช็ดด้วยผ้านุ่ม **การชาร์จพลัง: ชอบ "แสงแดดจัด" เป็นพิเศษ พลังงานจากดวงอาทิตย์จะช่วยเติมพลังให้แก้วลิเบียกลับมาสดใส
**ผู้นำและนักบริหาร: ช่วยเสริมอำนาจบารมีและการตัดสินใจที่เฉียบแหลม **ผู้ที่ทำธุรกิจการค้า: เพื่อดึงดูดโชคลาภและความรุ่งเรือง **นักสะสมอัญมณีหายาก: เนื่องจากมีจำกัดและเริ่มหายากขึ้นทุกวัน **คนเกิดวันจันทร์ วันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์: สีเหลืองทองจะถูกโฉลกและเสริมดวงได้ดีที่สุด
**อัญมณีที่มาจากสวรรค์: ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าแก้วลิเบียคือชิ้นส่วนของดวงดาวที่ตกลงมาเพื่อเป็นของขวัญแก่กษัตริย์ **พลังงานที่ร้อนแรง: เมื่อสัมผัสแก้วลิเบีย หลายคนจะรู้สึกถึงความร้อนหรืออาการ "วูบวาบ" ที่ฝ่ามือ เนื่องจากหินมีพลังงานความถี่สูงมาก (High Vibration) กว่าอัญมณีทั่วไปบนโลก