Opal มาจากภาษาละติน Opalus หรือภาษาสันสกฤตคำว่า Upala (อุปละ) ซึ่งแปลว่า "หินที่มีค่า" ในสมัยโรมันถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความบริสุทธิ์ ชาวอาหรับโบราณเชื่อว่าโอปอลตกลงมาจากสรวงสวรรค์ผ่านสายฟ้า ทำให้มันมีแสงแวววาวเหมือนประกายไฟอยู่ข้างใน
**ดึงดูดความโชคดี: เชื่อว่าเป็นหินแห่งนำโชคที่ช่วยบันดาลสิ่งที่ปรารถนาให้เป็นจริง **เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์: ช่วยกระตุ้นจินตนาการและไอเดียใหม่ ๆ ให้พุ่งพล่าน **เสริมเสน่ห์และความมั่นใจ: ช่วยให้ผู้สวมใส่ดูโดดเด่นและน่าดึงดูดใจ **ความรักที่สมหวัง: ช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืนและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
**กระตุ้นทุกจักระ (All Chakras): ด้วยสีรุ้ง (Play of Color) โอปอลจึงสามารถปรับสมดุลได้ทุกจักระ **จักระที่ 6 (Third Eye Chakra): ช่วยเรื่องลางสังหรณ์และการหยั่งรู้ (โดยเฉพาะ Black Opal) **จักระที่ 4 (Heart Chakra): ช่วยเยียวยาอารมณ์และจิตใจ (โดยเฉพาะ Pink Opal)
**การสวมใส่: สวมเป็นจี้ แหวน หรือต่างหู เพื่อให้พลังงานของสีรุ้งแผ่ออกมาเสริมออร่า **การทำสมาธิ: กำโอปอลไว้เพื่อดึงดูดความกระจ่างใสทางความคิด
**ความแข็ง: 5.5 - 6.5 Mohs (ค่อนข้างเปราะ) **ข้อควรระวัง: โอปอลมีส่วนประกอบของน้ำ (3-21%) ห้ามโดนความร้อนจัดหรือแสงแดดนาน ๆ เพราะอาจทำให้หินแตกราน (Crazing) และห้ามโดนสารเคมีหรือแอลกอฮอล์ **การทำความสะอาด: ใช้ผ้านุ่มชุบน้ำสะอาดเช็ดเบา ๆ ห้ามใช้เครื่องล้างอัลตราโซนิก **เคล็ดลับ: หากอากาศแห้งมาก ควรวางแก้วน้ำไว้ใกล้ ๆ บริเวณที่เก็บ เพื่อให้หินมีความชื้นคงที่
**ศิลปิน นักเขียน และนักออกแบบ: ที่ต้องการแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ **ผู้ที่เกิดเดือนตุลาคม: เป็นอัญมณีประจำเดือนเกิดที่จะส่งเสริมดวงชะตาได้สูงสุด **คนวันพุธและวันศุกร์: ช่วยเสริมเมตตามหานิยมและโชคลาภ **ผู้ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี: ช่วยให้มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต
**เอกลักษณ์หนึ่งเดียว: โอปอลแต่ละชิ้นมีลวดลายและประกายสีรุ้งที่ไม่ซ้ำกันเลยในโลก เปรียบเสมือนงานศิลปะที่ธรรมชาติวาดขึ้นมาเพื่อคุณคนเดียว **หินล่องหน: ในยุคกลาง มีความเชื่อว่าใครที่พกโอปอลจะสามารถ "ล่องหน" ได้จากสายตาคนอื่น (ในเชิงสัญลักษณ์คือการปกป้องตัวเราจากสายตาที่ไม่ประสงค์ดี)